วันพบกันครั้งที่แปด

 

 

ผ่านเทศกาลสุดเหนื่อยมาแล้ว แฟตเฟสติวัลปีนี้เป็นปีที่8

นั่นหมายถึง ผมเองก็มาร่วมงานนี้แปดครั้งไม่เคยตกหล่นสักปี

ความรู้สึกในแต่ละปีนั้นก็แตกต่างกันไป ต่างกรรมต่างวาระ

(ตามสภาวะอารมณ์ ที่ชีวิตช่วงนั้นประสพพบเจอ)

บางปีตื่นตาตื่นใจ บางปีงงๆ ว่าเราต้องมาทำอะไร

บางปีเหนื่อยเมื่อยร้อน บางปีเปียกเฉอะแฉะ

บางปีเหงาจนแอบหนีกลับ

สำหรับปีนี้ ในความคิดของผมเอง

ผมรู้สึกว่า มันเป็นปีที่เต็มปรี่ในความรู้สึก

 

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงานแฟตสำหรับผมอาจไม่ค่อยเหมือนของคนอื่น

เพราะผมไม่ได้มีโอกาสไปเดินดูบูธต่างๆ ไปช็อบปิ้งเพลงใหม่ๆ

ไม่มีโอกาสวิ่งไปเวทีโน้นเวทีนี้ เพื่อชมการแสดงที่ผมอยากดู

แต่สิ่งที่ผมชอบ และทำให้ผมอยากมาร่วมงานเสมอ

คือการได้มาพบปะกับคนที่ฟังงานของผม 

ฟังงานของวงของผม และงานของพวกเพื่อนๆ ของผม

เป็นการมาเจอะเจอกันของคนที่ชอบพอในสิ่งที่คล้ายกัน

หนึ่งปี เราจะมีโอกาสเจอกันสักครั้ง 

ผมอาจจะมีโอกาสเพียงแป๊บเดียว

ที่จะได้สบตา และพูดสวัสดีครับ 

และ ขอบคุณครับ กับพวกเขา 

ออกจากปาก ออกจากใจ ด้วยตัวเอง

ได้ถ่ายรูปกัน เป็นหลักฐานว่า เราเคยได้พบกัน

คนนี้หน้าคุ้นๆ เราเคยเจอกันมาแล้วนี่

บางคนนี่จำไม่ได้เลย แต่ก็ดีใจที่ได้เจอนะ

ปีนึงผ่านไปก็อาจจะได้เจอกันอีก

บางคนหายไปหลายปี วันนี้ได้มาเจอกัน ก็ยิ่งดีใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปีนี้

ความรู้สึกเหล่านี้มันยิ่งกระจ่าง และเข้มข้นขึ้น

เหมือนจะพอเข้าใจขึ้นมาบ้างว่า เราทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร

 

ระหว่างที่อยู่ที่บูธSevres ซึ่งเป็นอาณาจักรเล็กๆ ของฟรายเดย์

ปีนี้เราทำทุกอย่างกันเอง ตามอัตภาพ 

มองไปเห็นน้องๆ เพื่อนฝูง ที่มาช่วย

รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ความรู้สึกบางอย่าง อาจไม่จำเป็นต้องพูดออกมา

ก็รู้สึกได้ว่าเรารู้สึกเหมือนกัน

เพียงแต่ว่า ความรู้สึกปลื้มใจของผมนั้น

มันยังคงกรุ่นอยู่จนถึงตอนนี้

 

ถึงวันนี้ มันยิ่งทำให้ผมเชื่อว่า

เวลาที่เราหาคำตอบอะไรไม่ได้

การเดินทางอันยาวนานนั้น จะช่วยให้เราเห็นคำถามได้ชัดเจนขึ้น

ซึ่งก็อาจจะทำให้เราพบกับคำตอบที่ใจเราถามได้ในสักวัน

 

 

**

ขอบคุณภาพจากน้องปอครับ